หน้าเว็บ

รวมกลอนศิษย์วัดคลองโพธิ์

 หน้านี้เป็นหน้าผลงานกาแต่งกลอน

ของศิษยานุศิษย์วัดคลองโพธิ์

....................



ประวัติวัดคลองโพธิ์ โดยสังเขป (คำกลอน)

วัดคลองโพธิ์  เดิมชื่อว่า  วัดป่าข่อย
เกือบจะลอย กลางน้ำน่าน นั้นประวัติ
เพราะแม่น้ำ  เซาะกระเซ็น เห็นได้ชัด
ต่อมาวัด  จึงย้าย ในปัจจุบัน

แต่เดิมนั้น   ชื่อวัดใหม่  ร่วมใจสร้าง
ร่วมแถ้วถาง สร้างวัดหนี  ที่คับขัน
สร้างเมื่อใด  ถามใครมาก  ยากจำนรรจ์
ไม่รู้กัน  วันสร้างวัด  ประวัติมา

วัดคลองโพธิ์  บันทึกไว้  ในอดีต
ได้เขียนขีด จารึก ให้ศึกษา
เสด็จมา  ชลมาร์ค  ฝากคำเยือน

ทรงไต่ถาม สารทุกข์  สุขชาวบ้าน
ร่วมใจกัน  ต้อนรับใหญ่ หาใดเหมือน
ทรงถามไถ่  เกี่ยวกับวัด  ที่พักเยือน
ไม่แชเชือน ประทานชื่อ  ระบือนาม

ประทานชื่อ "วัดคลองโพธิ์" โชว์พุทธิ
มีดำริ   ให้ฟูมฟัก  รัตนสาม
ให้รักษา  ปฏิบัติ   พัทธาราม
ให้ยืนนาน  คู่อุตรดิตถ์  อุทิศตน

วัดคลองโพธิ์  จึงได้นาม  ตามพระประสงค์
อยู่ดำรง  ตลอดกาล นานเกิดผล
เป็นร่มโพธิ์ ของศรัทธา มหาชน
อยู่ตราบจน  ทุกวันนี้  จีรัตติกาล.

.................................................

วัดคลองโพธิ์อุตรดิตถ์ 

แหล่งประดิษฐ์ ศิษย์เคร่ง เก่งบาลี
แหล่งที่มี คำสอน ป้อนตอนเช้า
แหล่งที่มี ครูตามสอน ป้อนศิษย์เรา
แหล่งที่เอา ใจใส่ ในทุกยาม

แหล่งที่สอน ธรรมะ ควบบาลี
แหล่งที่มี ที่อยู่ สู้ขวากหนาม
แหล่งรวมมิตร ศิษย์หลายภาค มากคำนาม
แหล่งที่ตาม บิณฑ์สายยาว ก้าวไม่ไกล

แหล่งฝึกเทศน์ ฝึกสวด เข้มงวดนัก
แหล่งถิ่นรัก เพื่อนทุกผู้ อยู่ชิดใกล้
แหล่งเข้มงวด การห่มผ้า พาวิไล
แหล่งรวมใจ นักบาลี มีผลงาน

แหล่งที่เน้น สามัคคี  มีธรรมะ
แหล่งสร้างพระ ชินบุตร ชุดประสาน
แหล่งสร้างเณร ให้แกร่ง แรงต้านทาน
แหล่งทำทาน วิปัสสน์ ฝึกหัดคน

แหล่งเชิดชู คำสอน ป้อนชาวพุทธ
แหล่งครบชุด ไตรวิชช์ จิตฝึกฝน
แหล่งสร้างทาง ความรู้ มนูชน
แหล่งรวมพล พละธรรม นำสุขใจ

แหล่งสอนพระ ธรรมกถึก ให้ฮึกเทศน์
แหล่งวิเนติ์ สอนธรรม นำสดใส
แหล่งแผ่เผื่อ เอื้ออาทร  สอนจิตใจ
แหล่งบาลี วินัยรุ่ง จรุงเมือง

แหล่งบิณฑ์บาตร เป็นสายยาว ก้าวติดติด
แหล่งรวมมิตร ผู้รู้ใจ ไปทุกเรื่อง
แหล่งอดทน หักใจ  ไม่สิ้นเปลือง
แหล่งหลายเรื่อง หลายชุด สุดบรรยาย

...............................


กลอนศิษย์คลองโพธิ์

ศิษย์คลองโพธิ์ ทั้งเก่าใหม่ อยู่หลายที่
ล้วนมากมี  หน้าที่ด้าน งานสดใส
ในกรุงเทพฯ​ ต่างจังหวัด ที่พักไกล
ทั้งในไทย  ต่างประเทศ  เจตน์เอื้อกูล

ทั้งได้เป็น เจ้าคุณ อุดหนุนศาสน์
ได้ประกาศ  พระธรรม นำอุดหนุน
ทั้งได้เป็น  พระครู  ผู้การุณ
ได้ทุ่มทุน  หนุนโยมญาติ ปราญช์ยินดี

ทั้งได้เป็น ตำรวจทหาร  ปาลประเทศ
ป้องไทยเขต ประเทศไทย ให้สุขี
ทั้งเป็นครู  ผู้สอนศิษย์  ให้คิดดี
ล้วนมากมี หน้าที่ชอบ ประกอบคุณ

อีกมากมาย หลายหน้าที่  ดีทั้งนั้น
ได้สร้างสรร ผลงาน ด้านอุดหนุน
เป็นกลุ่มชน คุณภาพ  มากให้คุณ
ตั้งกองทุน  บุญนิธิ  ศิษย์คลองโพธิ์

เพื่อช่วยเหลือ กันและกัน ช่วยสรรสร้าง
เพื่อเป็นทาง สร้างกองทุน บุญอักโข
ช่วยส่งเสริม ปริยัติ วัดคลองโพธิ์
ไม่ได้โม้  งานเอาจริง สิ่งที่ทำ

ขอทำเว็บ เก็บข้อมูล หนุนงานศิษย์
พร้อมอุทิศ เวลา หาสิ่งล้ำ
เก็บทั้งภาพ ทั้งวีดิโอ โชว์หนุนนำ
ขอเดินตาม งานอุทิศ ศิษย์คลองโพธิ์.

.........................................

มากล่าวกลอน อวยพร ในวันเกิด
ให้ล้ำเลิศ บารมี ศรีสุขสันต์
ท่านผอ. บูรพา อุทัยกัน
ขอให้ท่าน มีความสุข ทุกวานวัน

จากน้องพี่ ศิษย์รัก วัดคลองโพธิ์
ไปเติบโต ในหน้าที่ ตามความฝัน
ด้วยภาระ จึงมิค่อย ได้เจอกัน
ความผูกพันธ์ มิเคยจาง ไปจากใจ

อยู่แห่งไหน สายใย ยังผูกพัน
คิดถึงกัน อยู่เสมอ เหมือนอยู่ใกล้
จะกี่วัน เดือนปี ที่จากไกล
เลือดคลองโพธิ์ ยังรวมใจ ตลอดมา

ในวาระ วันเกิด ในวันนี้
ให้น้องพี่ แข็งแรง ดั่งภูผา
มีความสุข ดังใจหวัง ทุกเวลา
งานก้าวเดิน เงินก้าวหน้า พาสุขใจ

พระรัตนตรัย ป้องภัย คุ้มครองจิต
สิ่งใดคิด สมหวัง ดังตั้งไว้
มีความสุข สมหวัง ดังตั้งใจ
ให้ก้าวหน้า ก้าวไกล ตลอดไปเทอญ


พระครูศรีบุญยาคม(อาจารย์พะเยา)

.............................................

รุ่งอรุณ เจื้อยแจ้ว แว่วยินเสียง
ส่งสำเนียง เพลงยามเช้า จากเสาสูง
นภาฉ่ำเย็น ดังกล่อมจิต เพลงลูกกรุง
จากเสาสูง พ่ออำนวย ที่อวยพร

เพลงธรรมะ ปลุกเณรพระ ตื่นกอรปกิจ
ให้ลูกศิษย์ พากเพียร พ่อพร่ำสอน
ตื่นเถิดหนา อย่าเกียจคร้าน มัวแต่นอน
ทิ้งนิวรณ์ ให้รีบตื่น มาเล่าเรียน

หากเจ้ามี ซึ่งวิชา ติดตัวเจ้า
เจ้าจะเอา เป็นสิ่งใด ให้อ่านเขียน
จงตั้งใจ หมั่นศึกษา แลพากเพียร
ดุจแสงเทียน ส่องให้เห็น ด้วยปัญญา

มาบัดนี้ พ่อไม่อยู่ กับลูกแล้ว
ให้ยึดแนว คำสอนพ่อ ทุกคนหนา
เกิดเป็นคน ดีไม่ได้ ตลอดมา
ก็อายหมา อายคน อับจนทาง

ศิษย์หลวงพ่อ วัดคลองโพธิ์ ดังไกลนัก
คนรู้จัก ด้วยหนทาง ที่พ่อถาง
เลี้ยงลูกพระ เลี้ยงลูกเณร ไม่ปล่อยวาง
เป็นแบบอย่าง ของพ่อพระ ผู้อดทน

มาบัดนี้ มีต้นไม้ ที่พ่อปลูก
สมเป็นลูก ของพ่อพระ ที่ฝึกฝน
เป็นเจ้าใหญ่ ทั้งนายโต ก็หลายคน
ต่างอดทน เพียรสร้าง ทางเจริญ

บ้างก็เป็น พ่อค้า ร่ำรวยทรัพย์
สุดจะนับ สัมมาชีพ น่าสรรเสริญ
ต่างคนต่าง เพียรสร้าง หนทางเดิน
ขอสรรเสริญ พระคุณพ่อ ผู้ก่อนำ

พระธรรม มหา วีรานุวัตร
คือร่มฉัตร ร่มเงา อุปถัมภ์
คือพ่อพระ พ่อเณร ให้จดจำ
เปี่ยมล้นธรรม ค้ำจุน ให้อุ่นใจ

มาวันนี้ พ่อเหลือเพียง สรีระ
พวกเราจะ มาส่งพ่อ มิไปไหน
แม้นพ่ออยู่ แห่งหน ตำบลใด
ขอกราบไหว้ เทินทูน และบูชา

ขอให้พ่อ สู่สวรรค์ นิพพานเถิด
พ่อประเสริฐ กว่าสิ่งใด ในใจหนา
ศิษย์กรานกราบ พระคุณพ่อ ตลอดมา
ขอขมา ให้อดโทษ พ้นบ่วงกรรม

ราชทาน เพลิงศพ หลวงพ่อแล้ว
ให้ยึดแนว คำสอนพ่อ อย่าถลำ
เหมือนประหนึ่ง พ่อยังอยู่ ให้จดจำ
ให้หมั่นทำ แต่คุณงาม และความดี

ขอขอบคุณ ศิษย์หลวงพ่อ ที่น่ารัก
ต่อไปจัก ฝากฝังวัด เจ้าคุณศรีฯ
ศิษย์ทุกท่าน จงร่ำรวย และโชคดี
ต่อจากนี้ จงสุขสันต์ ทุกวันเทอญฯ

12-12-68   17.19 น.

ปรัชญา พงษ์ธนู ศิษย์เก่าวัดคลองโพธิ์ปี 30-33


"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""


 "ตัวอย่างที่ดี  มีค่ากว่าคำสอน"


สอนผู้อื่น หมื่นแสน แม้นสอนได้
สอนอย่างไร ควรทำตัว ให้เหมาะสม
เป็นแบบอย่าง ตามแนวทาง ค่าควรชม
ขอพนม ก้มกราบ ทราบคุณครู

หากต้องเปรียบ เทียบพัดลม ก้มหน้าส่าย
เป่าลมไป ให้เย็นทั่ว ตัวอดสู
ตูดก็ร้อน น่าอ่อนใจ ในฤดู
ผู้เป็นครู ไม่ควรเป็น เช่นพัดลม

หากจะกล่าว ท้าวไป ถึงเรื่องขวาน
แทบทุกส่วน สำคัญ นั้นเหมาะสม
ทั้งตัว-ด้าม ดูสวยงาม ค่าควรชม
สุดจะขม ถากด้ามตัว ไม่ได้เลย

เป็นคำกลอน สอนไว้ เป็นแบบอย่าง
เพื่อแนวทาง ก้าวย่าง อย่าเมินเฉย
ตัวทำได้ ก็สอนได้ เหมือนอย่างเคย
อย่าละเลย ความเป็นครู ผู้อาทร...

 ประพันธ์โดย..คุณปรัชฌา

.......................................................

กลอนสรุปพิธีบำเพ็ญกุศลและออกเมรุพระราชทานเพลิงศพ
พระธรรมมหาวีรานุวัตร (อำนวย จนฺทสโร) น.ธ.เอก, ป.ธ.๔, พธ.ด.(กิตติ์) อดีตเจ้าอาวาสวัดคลองโพธิ์ พระอารามหลวง, อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๕ 
วันเสาร์ ที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๘
ณ ศาลาการเปรียญวัดคลองโพธิ์ อำเภอเมืองอุตรดิตถ์

วันที่สิบสาม ธันวา ห้าหกแปด
วันที่แดด เปิดทาง  สร้างวิถี
ให้ศิษยาฯ หลวงพ่อ  ทอความดี
เป็นวันที่  รวมพลัง  วันจัดงาน

วันถวาย พระราชทาน งานส่งร่าง
พระผู้สร้าง  ผู้ถักทอ  ก่อประสาน 
ผู้สร้างวัด  สร้างศิษยา มายาวนาน
เป็นตำนาน   กลางใจศิษย์  อุทิศตน

พระธรรม-  มหา  วีรานุวัตร
ศิษย์น้อมหัตถ์  รำลึก ตรึกอีกหน
นัดจัดงาน  อย่างยิ่งใหญ่ ได้รวมพล
ศิษย์ทุกคน  มาส่งร่าง  อย่างตั้งใจ

ศิษย์คลองโพธิ์ ทั้งเก่าใหม่  ตั้งใจบึ่ง
เดินทางถึง  อุตรดิตถ์  จิตสดใส
จากทุกภาค  ของเขต ประเทศไทย
ทั้งใกล้ไกล  ได้ด้นดั้น  ร่วมกันมา

พระราชทาน  เพลิงศพ  พบเหล่าศิษย์
ได้ร่วมจิต  จัดงาน  กันโอ่อ่า
อลังการ  ทุกส่วน  ล้วนบูชา
วิจิตรา ครบถ้วน  ล้วนเป็นบุญ

ได้จัดสวด  อภิธรรม  นำถวาย
เทศนา  พาให้  ใจอบอุ่น
ได้สละ  ปัจจัย  ได้ต่อทุน
บำเพ็ญบุญ  หลายหลาก ล้วนมากมี

การจัดงาน  ทุกส่วน ล้วนเรียบร้อย
ไม่ได้ด้อย  ดอกหนา คราครั้งนี้
ศิษย์ทุกคน  ดูชื่นจิต  มิตรไมตรี
พร้อมกับมี  ถ่ายภาพ  ปราบปลื้มกัน

อนุสรณ์  ครั้งนี้  มีหลักฐาน
ได้มีการ  ส่งให้  Lineสนั่น
ก่อนจะถึง  นาที  ที่สำคัญ
ก็คือวัน  เผาร่าง  วันจากลา

ขอร่วมรัด ตัดกลอน ท่อนท้ายท้าย
ช่วงศิษย์ได้   ร่วมใจ  อาลัยหา
ช่วงจะเผา ร่างหลวงพ่อ  รอตั้งตา
ทุกคนมา  หน้าเมรุ  อยู่รวมกัน

ทั้งโยมพระ  มนะไหว้  กันให้พอ
ประธานจ่อ  ไฟพระราช ฯ มิอาจกั้น
น้ำตาศิษย์   ซึมน้อม  อภิวันท์
สิ้นสุดกัน   หลวงพ่อ  ขอจากลา

อัคคีน้อม  ลุกโซน  ได้โหมไหม้
กราบจากใจ ส่งร่าง  อย่างเว่หว้า
หลวงพ่อจาก  ทั้งกาย ไปแล้วนา
สู่ฟากฟ้า  แดนสวรรค์  วิมานทอง

การจัดงาน  ส่งร่าง  อย่างสำเร็จ
จัดได้เสร็จ  อย่างดี  มิขัดข้อง
อนุสรณ์  สาราณีล้ำ  เป็นธรรมทอง
ขอพี่น้อง คลองโพธิ์  โชว์ความดี

ช่วยแชร์ภาพ  ปราบปลื้ม อย่าลืมกัน
ให้สนั่น ทั่วFace/Lineในครั้งนี้
ขอเอวัง จบก่อน กลอนพาที
จงเปรมปรีดิ์  สุขสันต์  นิรันดร์เทอญฯ

……………………………….. … 

พระมหาทองสมุทร ธมฺมาทโร
พระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ 12
วัดโปรดเกศอเมริกา
ศิษย์ไม่เก่ามาก ปี 2544-2545

ประพันธ์ เพื่อเป็นอนุสรณ์ 

หมายเหตุ: หากผิดพลาดประการใด ต้องขออภัย  เพราะไม่ได้มาร่วมงาน ประพันธ์จากการได้รับชมบ้าง กลางคืน หลับๆ ตื่นๆ  เพราะเวลาต่างกัน

..........................................................

เร้ากี่เร่งเล่าเรียน กี่พากกี่เพียร
กี่หยดกี่หมึกปากกา กี่เล่นกี่ล่ำตำรา กี่วันเวลา
กี่ร้อนกี่หนาวกี่ทน   กี่ค่ำกี่ดึกฝึกฝน
อาจารย์กี่คน กี่เหน็ดกี่เหนื่อยทำงาน

กี่พร่ำคำสอนอาจารย์ กี่สบพบพาน
กี่ชอบกี่ชังคำชม กี่หนึ่งกี่เดียวเกลียวกลม
กี่คำกี่คม จะยากอย่างไรฝึกฝน
เพื่อปัญญาชน แต่งแต้มสีสันชีวิต

อยากเป็นเฉกเช่นบัณฑิต จึงยอมอุทิศ
ละสุขทุกข์สู้ฝ่าฟัน   ศิษย์วัดคลองโพธิ์สร้างฝัน  สุขทุกข์ร่วมกัน จากวันนั้น ถึงวันนี้ มิเคยลืม

สิ่งที่ได้จากวัดคลองโพธิ์

ได้ความรู้หลายด้าน
ได้ประสบการณ์ชีวิตที่ดี ที่หาได้ยาก
ได้มากคือฝึกเทศน์
ได้ปัจจะเวกฝึกสวด
ได้ประกวดการเป็นผู้นำ
ได้รับธรรมททุกเช้า
ได้เข้าระเบียบวินัย
ได้ร่วมใจทำงานเป็นทีม
ได้เอิบอิ่มด้วยเมตตา
ได้คบหาเพื่อนที่ดี มีวินัย
และได้กำลังใจ หล่อเลี้ยงมาจนถึงทุกวันนี้

........................................................................

พาหุสัจจัญจะ สิปปัญจะ
วินโย จะ สุสิกขิโต
เอตัมมังคลมุตตะมัง

ความเป็นผู้เรียนรู้มาก  และระเบียบวินัยที่ศึกษามาดีแล้ว
เป็นมงคลอันสูงสุด

   ผู้หมั่นเพียร  เรียนรู้  ทนสู้ไหว
หนุนนำให้  มากรู้  ชื่นชูผล
เชี่ยวชาญเก่ง  สมมุ่งมาด  เป็นปราชญ์คน
ประสบผล  สำเร็จกิจ  พิชิตชัย

   ศีลธรรม  ประจำตน  รู้ผลเกิด
แสนประเสริฐ  เลิศยิ่ง  หลายสิ่งไหน
รู้ระเบียบ  ตรองตริ  มีวินัย
อยู่ปลอดภัย  ไร้โทษ  ประโยชน์ดี

   เป็นมงคล  ชีวิต  อันสูงสุด
บริสุทธิ์  ชื่นบาน  สำราญศรี
ใช้ความรู้  ศาสตร์วิชา  ปัญญาดี
 ชีวิตนี้  สมมุ่งหวัง  ไม่พลั้งใด

   พบพี่น้อง  คองโพธิ์  ในวันนี้
ศิษย์มากมี  มิตรมั่น  มิหวั่นไหว
งานหลวงพ่อ  ของเรา  ต่างเข้าใจ
ศิษย์น้อยใหญ่  ผูกพันรัก  สามัคคี

   ขอขอบคุณ  ศิษย์พี่น้อง  วัดคลองโพธิ์
ต่างมือโปร  เชี่ยวชน  ผลสุขศรี
 กล่าวทักทาย  ไหว้กราบ  ซาบซึ้งดี
ณ วันนี้  เราศิษย์ผอง  พี่น้องกัน.

ขอบคุณอาจารย์สาธิต
ที่เชิญผมเข้าไลน์กลุ่มใหญ่ครับ
ขอบคุณอาจารย์วาสนา
อาจารย์พร้อมพงษ์
ที่มาส่งผมขึ้นรถไฟครับ
และขอบคุณยินดีศิษย์พี่ศิษย์น้องทุกท่านที่ทักทายกันด้วยไมตรีจิตมิตรเมตตาครับ

ธรรมะสวัสดีครับ

มหาสุฤทธิ์  มนทอง

......................................................

ตอนนี้เพื่อนๆคลองโพธิ์กำลังใช้รถกัน ก็ขอนำกลอนเกี่ยวกับรถมาฝาก  

กลอนเรียนรู้ธรรมะจากรถ

ระถะ -  ยันตัง  นั้นคือรถ
รวมทั้งหมด  ทั้งนอกใน ให้ศึกษา
ทั้งอะหรั่ย  ข้างในนอก   บอกราคา
รวมเรียกว่า  รถทั้งคัน  นั้นรู้ดี

และนอกจาก ทั่วรถ  หมดทั้งคัน
ก็มีอัน  ปรุงแต่ง  ด้วยธาตุสี่
มีธาตุดิน  น้ำ,ลม, ไฟ  ให้อีกที
ธาตุทั้งสี่   ที่คุมกัน  นั้นจึงงาม

ส่วนใดแข็ง  เป็นธาตุดิน  สิ่งเราทราบ
ธาตุเอิบอาบ  เชิ่อมต่อ  หนอคือน้ำ
ธาตุขับเคลื่อน  คือธาตุลม  ผสมตาม
ไม่มองข้าม  ความร้อนหรือ คือธาตุไฟ

มหา- ภูตรูป  คือธาตุสี่
ล้วนก็มี  ธรรมรองรับ  ประทับไว้
มีอนิจจะ   ทุกขะ  อนัตตะนัย
ผุพังได้   ไม่คงทน  เช่นคนเรา

สรีระ- ยันตัง  นั้นมีจิต
มีความคิด  ชั่วดี  มีโศกเศร้า
นั่นก็คือ  คน,สัตว์  อย่างเราเรา
มีความเหงา ความชอบชัง  พังทลาย

ทั้งรถคน  ก็ล้วนมี  ทั้งสี่ธาตุ
แต่รถขาด  ดวงจิต  คิดไม่ได้
ขาดเวทนา  ความรู้สึก  นึกข้างใน
ขับเคลื่อนได้  มีคนรับ  ขับพาไป

สรีระ- ยันตัง   ก็พังได้
และต้องใช้  รถพาบึ่ง ถึงจุดหมาย
ระถะ-   ยันตัง  นั้นปลอดภัย
วิ่งไปได้  เพราะคนขับ  รับพาไป

ยันต์ทั้งสอง  ทั้งรถ,คน  ไม่พ้นพลาด
จะมาขาด  ธาตุทั้งสี่  นี้ไม่ได้
หากธาตุหนึ่ง  เดี้ยงยุบ หรือหลุดไป
ก็มลาย  กันทั้งนั้น  ไม่ผันแปร

เฉกเช่นรถ  คันนี้ ที่หยุดจอด
ตาพังบอด  หน้ายุบ  บุบแง๋แก๋
ธาตุดินยุบ ยับเยิน เกินดูแล
นำตีแผ่  สะท้อนธรรม ลำนำกลอน

คนเช่นกัน  ถึงจะขับ คอพับด้วย
ถึงคราวซวย  ก็ตาย ไร้เสื่อหมอน
เพราะธาตุดิน  พังถลา  พาให้นอน
ถึงบางตอน  อาจสลบ  ลงซบดิน

อนิจจัง  ทุกขัง อะนัตตา
สามัญญา   ลักษณะ  มาถวิล
บางครั้งคน  และรถหนอ ก็พังภินท์
ลงไปดิ้น  ร้องครวญโอด  จะโทษใคร

เพราะฉะนั้น  ตัวอาตม์  ฝากแนวคิด
เพราะก็คิด  เป็นห่วง  ช่วงไปไหน
เตือนคนขับ  ทั้งวิเทศ  ทั้งเขตไทย
ขอจงได้  ระวังภัย  ให้ดีเอย

ก่อนจะขับ ให้พักผ่อน นอนให้อิ่ม
อย่าลองลิ้ม  สุรา  หน้าตาเฉย
เช็คสภาพ รถให้ดี  นี้เสบย
หากเฉยเมย  ก็อาจจบ  ลงซบดิน

………………………………

ประพันธ์คำกลอนโดย  
พระมหาทองสมุทร  ธมฺมาทโร
พระธรรมทูตภาษาต่างประเทศ
ประจำวัดโปรดเกศอเมริกา 

24 พฤศจิกา 568

หมายเหตุ: ภาพประกอบ  คือรถ Watprodket เป็นรถตู้  อุบัติเหตุมาสองครั้งแล้ว  ปลอดภัยสองครั้ง  ล่าสุด  ไปได้รับอุบัติเหตุที่ลานจอดรถ แห่งหนึ่ง   จอดไว้เฉยๆ วิ่งมาชน  เดชะบุญที่ไม่มีใครอยู่ในรถ  

ตอนนี้ก็เลยจอดเขาไว้ให้พักผ่อน  ยังไม่ได้มี กำลังที่จะซ่อม  เลยนำเค้ามาเป็นสื่อธรรมะ  เป็นอุปกรณ์ธรรมะในวันนี้  เรียกว่าเป็น“ธัมมูปกรณ์” สอนธรรม  ในรายการธรรมะจากต่างแดนวัดโปรดเกศอเมริกา

...........................................



น้ำผักบุ้งไป  น้ำสายบัวมา

    ผู้มอบให้  ด้วยใจรัก  แกงผักบุ้ง
สมหมายมุ่ง  อร่อยลิ้ม  กินอิ่มท้อง
แกงสายบัว  อีกฝ่าย  มั่นหมายปอง
นำสนอง  ชวนชิม  ได้อิ่มกัน

    สำนวนใช้  ไมตรีจิต  สร้างมิตรชอบ
ช่วยเหลือตอบ  เลี้ยงแล  ไม่แปรผัน
 ต่างฝ่ายต่าง  เผื่อแผ่  ให้แก่กัน
 ผูกสัมพันธ์  กาลก่อน  ท่านสอนมา

   เพิ่มพูนรัก  หนักแน่น  อย่างแม่นมิตร
ใช้ชีวิต  ทุกวัน  แสนหรรษา
ความจริงใจ  ปลอดภัยเภท  มากเมตตา
สุขอุรา  ทุกครั้ง  กำลังใจ

    งานหลวงพ่อ  พบศิษย์พี่  และศิษย์น้อง
เราทั้งผอง  รักผูกพัน  ไม่หวั่นไหว
บุญหลวงพ่อ  หนุนช่วย  อำนวยชัย  
บันดาลให้  ศิษย์ทุกท่าน  สำราญดี

   อาจารย์ผู้  สั่งสอน  ในตอนนั้น
ศิษย์รู้มั่น   เข้าใจ  มิหน่ายหนี
หลายท่านจบ  เก้าประโยค  แสนโชคดี 
ปราชญ์เมธี  เกษมสันต์  ทุกวันคืน.

ธรรมะสวัสดีครับ

มหาสุฤทธิ์  มนทอง

..........................................

สู้ยิบตา

    ผู้นำไก่  ชนแหลก  ตาแตกหมอง
จึงหมายปอง  เย็บตา  หวังอาศัย
นำเข้าสู้  ชนต่อ  ไม่ท้อใจ
ผลแก้ไข  ชนะเห็น  รู้เป็นดี

   สำนวนใช้  เปรียบคน  อดทนสู้
เป้าหมายรู้  ทำจริง  ไม่นิ่งหนี
แม้นลำบาก  ยากใหญ่  ผองไพรี
ความรู้มี   ฝ่าฟัน  ประจัญบาน

   จึงสำเร็จ  สมหวัง  ไม่พลั้งผล
ความอดทน  พร้อมปัญญา  เก่งกล้าหาญ
เข้าใจเหตุ  สุขทุกข์  ร้าวรุกราน
เริงสำราญ  ปลอดภัย  สมใจตน

   ใช้ชีวิต  รื่นเริง  บันเทิงแท้
จิตเผื่อแผ่  เกื้อกูล  เพิ่มพูนผล
มากมิตรมี  เสริมพลัง  คลายกังวล
สุขมงคล  ประเสริฐล้ำ  ผลทำดี.

ธรรมะสวัสดีครับ

มหาสุฤทธิ์  มนทอง

.......................................

หาญรู้ขลาด

   การรู้คิด  กิจทำ  ชี้นำผล
กล้าหาญตน  สำเร็จ  เสร็จสมหวัง
สติมั่น  ริเริ่ม  เสริมพลัง
ไม่พลาดพลั้ง  ปลอดภัย  สมใจตน

   ทั้งรู้ขลาด  ผองชั่ว   กลัวเหตุร้าย
จิตมุ่งหมาย  งดเว้น  ให้เห็นผล
กล้าทำดี  กลัวผลทราม  ติดตามตน
เป็นปราชญ์ชน  เชี่ยวเชิง  รื่นเริงดี

   โบราณก่อน  ขานคำ  ชี้นำใช้
 ผู้ทำใด  ยากง่าย  มิหน่ายหนี
รู้ควรกล้า  ควรกลัว  เรื่องชั่วดี
ปลอดไพรี  เจริญสุข  พ้นทุกข์ตรม

   ใช้ชีวิต  ชื่นชีวา  ทุกคราครั้ง
สมใจหวัง  อยู่สุข  ปลอด ทุกข์ถม
คุณธรรม  น้ำจิต  มากมิตรชม
แสนรื่นรมย์  สำราญยิ่ง  ทุกสิ่งดี.

ธรรมะสวัสดีครับ

มหาสุฤทธิ์  มนทอง

"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
   โลกร่มเย็นดับเข็ญได้
ด้วยพระศาสนา

     เสียงธรรมะ  ตามสาย  ทุกเช้าตรู่
คนต่างรู้  น้อมนำ  ศีลธรรมใช้
ท่านหลวงพ่อ  แสดงธรรม  ชี้นำชัย
คนทั่วไป   รู้จริง  ทุกสิ่งดี

  หลวงพ่อสร้าง  ส่งเสริม  แต่งเติมผล
ศิษย์ทุกคน  เรียนรู้ได้  มิหน่ายหนี
พระภิกษุ  สามเณร  เรียนบาลี
จนได้ดี  เจริญทั่ว  ทุกตัวตน

   พี่สอนน้อง  น้องเรียนรู้  วิญญูปราชญ์
สมมุ่งมาด  ยิ่งนัก  ประจักษ์ผล
ประโยคเก้า  ปริญญาตรี  เมธีชน
เก่งเหลือล้น  กระทำกิจ  สัมฤทธิ์งาน

    ศิษย์สมหวัง  หลายผู้  กินอยู่ไหว
รู้แก้ไข  ผองปัญหา  พร้อมกล้าหาญ 
ใช้หลักธรรม  เป็นหลักคิด  ทุกกิจการ
สุขสำราญ  ผลกระทำ  หนุนนำชัย

...........................................

  ธีโร   จะ   พลวา    สาธุ  
ยูถัสสะ  ปริหารโก

ปราชญ์ผู้มีกำลังบริหารหมู่ ให้สำเร็จประโยชน์

     ท่านหลวงพ่อ  อำนวย  เชี่ยวชาญปราชญ์
ความสามารถ  บริหาร  ทุกกาลไหน 
สร้างประโยชน์  แน่วแน่  ไม่แพ้ใคร
 รุ่นเล็กใหญ่  ศิษย์ทุกผู้  เรียนรู้ดี

   สร้างฐานะ  เลี้ยงครอบครัว  มิมัวหมอง
มิตรทั้งผอง  ชื่นใจรัก  ชูศักดิ์ศรี
คงคุณค่า  ยิ่งใหญ่  สดใสดี
เกษมศรี  สดชื่น  แสนรื่นรมย์.

ธรรมะสวัสดีครับ

................................................

ได้น้ำได้เนื้อ

    คนประกอบ  อาหาร  ใช้เนื้อน้ำ
รู้กระทำ  รสชาติ  ไม่ขาดเหลือ
รับประทาน  สมหวัง  ทั้งจุนเจือ
น้ำและเนื้อ  อร่อยอิ่ม  ชวนลิ้มลอง

   ประดุจผู้  พูดสร้าง  หลายอย่างไหน
ชี้นำชัย  ปลอดโทษ  ประโยชน์ผอง
มีสาระ  เลิศล้ำ  เก่งช่ำชอง
คนทั้งผอง  ยอมรับ  นับว่าดี

   ชี้นำทาง  เสริมสุข  ในทุกเมื่อ
มิหน่ายเบื่อ  ปรีดิ์เปรม  เกษมศรี
คนทั่วแคว้น  ชื่นใจ  มิตรไมตรี
กินอยู่ดี  รู้แนวทาง  สร้างชีพตน.

มหาสุฤทธิ์  มนทอง

"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

ชีวิตเดินทางมาถึงวันนี้ได้อย่างไร 
โดย..พระมหาทองสมุทร ธมฺมาทโร

อนุสรณ์  ย้อนคิด  ชีวิตฉัน
ผ่านคืนวัน  มานาน   หลายกาลฝน
ปัจจุบัน  อายุ  ลุกลางคน
หกสิบฝน  กว่ากว่า  มาได้ไง

ฉันเกิดมา  กับวิบาก  ลำบากแท้
ตอนเป็นเด็ก ย่ำแย่  แม่เล่าไว้
ตอนเกิดมา  เป็นเด็กซวย รวยโรคภัย
ใครขัดใจ  ร้องไห้จ้า  มารดาตรม

กะหล่องก่อง  ผอมเหลือง  จึงเลี้ยงยาก
เดินลำบาก     ขาไม่ดี     มีแต่ล้ม
ร้องกระจอ  งอแง  ทำแม่ตรม
เมื่อไม่สม  ดั่งใจ  ร้องไห้เลย

ด้วยความมี   กรุณา  แม่ข้ารัก
เฝ้าฟูมฟัก  ดูแลได้  ไม่นิ่งเฉย
ยอมลำบาก  ชุบเลี้ยง เหมือนเช่นเคย
ไม่เสบย  แม่ก็สู้   ดูแลมา

ท่านไม่เคย  แม้จะท้อ  พอใจเลี้ยง
หวังไว้เพียง  นิรทุกข์  ลูกของข้า
คงมีวัน  หายขาด จากโรคา
ภายภาคหน้า อาจมีบุญ หนุนต่อเติม

อยู่ต่อมา  พบหมอดี  มีวิชา
ได้รักษา  โรคหนอ  ไม่ก่อเพิ่ม
แม่ดีใจ  ลูกมีสุข  เริ่มลุกเดิน
แม่เล่าเพลิน ก่อนเสร็จ  เช็ดน้ำตา

โอ้โอหนอ  โยมแม่  แกทนสู้
ได้เลี้ยงดู  อย่างลำบาก ยากหนักหนา
กว่าลูกน้อย  จะปลอด  รอดได้มา
สุดจะหา  ศัพท์สรร  มาบรรยาย

มีมากมาย  หลายแห่ง แข้งขาหัก
พ่อแม่รัก  หาหมอ  มาต่อได้
แขนเคยหัก  ตอนเล่นซน หล่นหลังควาย
เคยจมน้ำ เกือบตาย  มาหลายที

ฉันล้มลุก  คลุกคลาน  ผ่านมามาก
แม่ลำบาก แร้นแค้น  แสนทุกขี
ทั้งความจน ค้นแค้น แสนมากมี
กว่าจะถึง  ซึ่งวันนี้   มีตำนาน

วันที่สิบหก  ธันวา  คราวันนี้
เลยได้มี   คำกล่าว  เล่าสังขาร
ได้ปรารภ  ชีวิตฉัน  ในวันวาน
ว่ามันผ่าน  รอดตาย  มาได้ไง

ตอนนั้นฉัน หวังเพียงว่า- ยุห้าสิบ
นี่ไกลริบ  หกสิบเฉย เลยมาได้
นับจากนี้   นั้นฤา  คือกำไร
อยู่หรือตาย  ไม่วอรี่  ฉันดีใจ

อาจจะด้วย  อำนาจบุญ หนุนส่งต่อ
ความไม่ท้อ  ต่อทุกข์  ชุบเลี้ยงไว้
ความอดทน วิริยา หนุนพาไป
อิทธิยา  เมตตาให้  ใจชื่นบาน

ถึงมีบ้าง  ตอนนี้  โรคีย่ำ
ให้ระกำ สับโขลก โรคเบาหวาน
แต่ไม่เครียด  เดียดฉัน มันรังควาน
จึงสังขาร  ต้านทานได้  ไม่ตีโพยฯ

ตอนนี้ฉัน  มีเบาหวาน  สัมปทานแล้ว
เสียงยังแจ๋ว  เบาหวานเลี้ยง  เพียงหิวโหย
มีบางวัน  เราเลี้ยงมัน  ตอนมันโวย
น้ำตาลโรย  เราสะหวอย  คอยช่วยกัน

เอื้ออาทร  ยืดหยุ่น  อย่างอุ่นเอื้อ
โรคช่วยเหลือ  เราช่วยดู  อยู่สุขสันต์
โรคงอแง  อยากกินหวาน  ให้ทานมัน
ทุกคืนวัน   ช่วงนี้  ฉันมีบุญ.


พระมหาทองสมุทร ธัมมาทะโร
ศิษย์เก่าต่างประเทศ พรรณนาชีวิตของตัวเองก่อนสิ้นปี ๖๘

..........................................

     ผู้โกรธเคือง  ทำลายวอดวายสิ้น
สร้างหมองหมิ่น  เสื่อมทราม  สุดห้ามไหว
ความชั่วช้า  เลวล้ำ  ครอบงำใจ
หยาบหยามใหญ่  ทำร้าย  ถึงวายชนม์

   เปรียบสนิม  เกาะกิน  จนสิ้นซาก
สร้างลำบาก  ร้อนแรง  ทุกแห่งหน
โลกมนุษย์  สิ้นสุข  เกิดทุกข์ทน
ความโกรธคน  โหดมหันต์  ขาดปัญญา

   บัณฑิตชน  ทำทุกครั้ง รู้ยั้งคิด 
ภารกิจ  สร้างสรรค์   ปลอดปัญหา
เข้าใจผล  ชั่วช้ำ  ที่ทำมา
ศาสตร์วิชา  เกษมสุข  ไม่ทุกข์ใจ

    ใช้ชีวิต  เพียรหมั่น  สร้างสรรค์ผล
เสริมกุศล   ตามครรลอง  จิตผ่องใส
คุณความดี  ศีลธรรม  ประจำใจ
สุขปลอดภัย  ชื่นอุรา  ทุกคราคราว.

ธรรมะสวัสดีครับ

มหาสุฤทธิ์  มนทอง



กลอนด้านล่างต่อไปนี้เป็นผลงานของศิษย์เก่าท่านหนึ่ง "คุณสัญญา โปร่งใจ" ปัจจุบันประกอบอาชีพส่วนตัวที่ ประเทศสหรัฐอเมริกา









...............................................

   รสอาหาร  หวานคาว  ทุกคราวรู้
หลักห้าหมู่  เลี้ยงชีวา  พึ่งพาไหว
การกินอยู่  ถูกหลัก  อนามัย
ปลอดโรคภัย  กายแกร่ง  เข้มแข็งดี
    ทานอาหาร  รสอร่อย  อิ่มปล่อยพ้น
พอเลี้ยงตน  อยู่เห็น  เป็นสุขี
กาลเวลา  คืนวัน  ไม่นานปี
ย่อมจะมี  บูดเหม็น  ที่เห็นกัน
     ผู้เผยธรรม   ถ้อยพาที  ไมตรีจิต
ผูกพันมิตร  หลายอย่าง  ดีสร้างสรรค์
ประทับใจ  รสแห่งธรรม  เป็นสำคัญ
มีจิตมั่น  เชื่อใช้  ทำได้ดี
   เมื่อเกิดเรื่อง  ร้อนจิต  ใครผิดพลาด
วิสัยปราชญ์  ดีร้าย  มิหน่ายหนี
ยุติธรรม  น้ำใจ  มิตรไมตรี
แก้ไขดี  แจ่มแจ้ง  รสแห่งธรรม
   สังคมคน  เจริญสุข  พ้นทุกข์ผอง
ธรรมปกป้อง   แสนประเสริฐ  ดีเลิศล้ำ
กายวจี  สุจริต  พูดคิดทำ
ผลบุญนำ  ชื่นอุรา  ทุกคราคราว.

ธรรมะสวัสดีครับ

มหาสุฤทธิ์  มนทอง

.............................................

   กราบอนุ  โมทนา  ด้วยครับท่าน
แสนชื่นบาน  เมื่อเห็น  เป็นสุขี
เยี่ยมหลวงตา   อายุ  ร้อยสองปี
บุญหนุนชี้  ท่านมีโชค  ปลอดโรคภัย

   ให้แข็งแรง  แกร่งกาย  สบายรื่น
จิตแช่มชื่น  พระคุ้มครอง  แสนผ่องใส
ถ้อยพาที  เทศธรรม  หนุนนำชัย
คนทั่วไป  ปฏิบัติ  พร้อมศรัทธา

   ให้อายุ  ยืนยาว  ราวร้อยเถิด
สิ่งประเสริฐ  คงมั่น  สุดหรรษา
สมประสงค์   เผยแผ่ธรรม  องค์สัมมา
ชั่วชีวา  จิตสดใส  ปลอดภัยเทอญ.

กราบนมัสการครับท่านทองสมุทร

มหาสุฤทธิ์  มนทอง
.....................................................

กลอนภิกษุผู้สำรวมอินทรีย์ " 
โดย...พระมหาทองสมุทร ธมฺมาทโร

ขอนำท่าน สู่ป่าใหญ่ แดนไพรสณฑ์ 
หนึจากคน นังนุง ดูยุ่งเหยิง 
จาริกธรรม ในป่า พาดำเกิง 
หนึจากเพลิง กระแสโลก วิโยคภัย

ณ ดินแดน ป่าใหญ่ ที่ไกลโพ้น 
ยุคที่คน แสวงหา ธรรมาไสว 
ยุคที่ทุกข์ บีบคั้น บั่นจิตใจ 
ลัทธิน้อย ลัทธิใหญ่ ให้วกวน

มีภิกษุ สมณะ ปัญญาลึก 
มุ่งรู้สึก กำหนดใจ ในไพรสณฑ์ 
สมถะ เป็นฐาน ผ่านกมล 
พร้อมกับปน วิปัสสนา สง่างาม

กำหนดจิต แน่วแน่ ไม่แปรผัน 
รู้ตามธรรม์ เอกจิต พิชิตหนาม 
รู้ลึกซึ้ง อย่างยลแยบ แยกรูปนาม 
ยกสังขาร สู่ไตรลักษณ์ ไม่พักเลย

ท่านดื่มด่ำ ไม่คร้าน งานกำหนด 
ได้ปรากฏ ดวงปัญญา ได้มาเผย 
รู้แจ้งธรรม นิรทุกข์ สุขจังเลย 
ท่านไม่เคย อยากรู้ อยู่แต่ปัจจุบัน

วันเวลา ผ่านไป ท่านไม่รู้ 
ท่านนั้นอยู่ ในคูหา พาสุขสันต์ 
ไม่เคยแหงน มองไหน ในไพรวัลย์ 
ท่านรู้ทัน แต่กายจิต สติดู

สาตัจจะ ธรรมงาม ตามประชิด 
ดูในจิต ติดตาม ธรรมสุดหรู 
กาย,เวทนา ธรรม,จิต พินิจดู 
ไม่อยากรู้ ไม่ปรุงแต่ง แปลงสัญญา

อยู่ในถ้ำ ไม่รู้ ว่าอยู่ถ้ำ 
สติล้ำ กายจิตดู รู้สังขาร์ 
ดอกแคฝอย จากต้น ร่วงหล่นมา 
จึงรู้ว่า เวลานี้ ถีงปีกาล

ลายบนถ้ำ วิจิตร ด้วยศิลป์ศาสตร์ 
ท่านไม่อาจ รู้ได้ ไม่ผสาน 
ไม่เคยเงย หน้ามอง ส่องเพดาน 
มุ่งแต่งาน ทางจิต ติดตามไป

เมื่อไม่เคย เอาจิตออก จากกำหนด 
ใจเลยจด อารมณ์เดียว ไม่เที่ยวไหน 
ถึงเมื่อยาม สิ่งร่วงซบ กระทบกาย 
จึงรู้ได้ ว่ามีตน (และ)สิ่งหล่นมา

เป็นนิทาน ธรรมบท ธรรมพจน์ศาสด์ 
มีโอกาส เลยแต่งให้ ได้ศึกษา 
เพื่อเสื่อธรรม บรรยากาศ วิปัสสนา 
จากพระป่า วนาสณฑ์ อยู่บนดอย
....................

บางขณะ ที่จิต อารมณ์เดียว 
ไม่ได้เที่ยว ก็สงบ พบสุขา 
ตัดอารมณ์ ขาจร ที่ย้อนมา 
เจตนา หาใช่ ไม่ใยดี

สมถะ ญาณิก จิตสงบ 
วิปัสสนา พาประสบ พบสุขี 
ทั้งสงบ ทั้งรู้ อยู่เอกี 
บางวันดี บางวันร้าย ให้ได้ลอง

บางวันพบ กำหนดได้ ใจผ่องแผ้ว 
บางวันแคล้ว นิวรณ์มา พาเศร้าหมอง 
นี่เป็นทาง ปรมัตถ์ ต้องหัดลอง 
อย่าไปข้อง ปริยัติ ไม่พัดพา

ในสมัย พุทธกาล นั้นมีเยอะ 
เคยเปิดเจอะ มีพระ สะมะถา 
นั่งเข้าฌาน มีไฟ ไหม้เข้ามา 
ไม่รู้ว่า โดนไฟไหม้ หาใยดี

มีหลายเรื่อง ที่พี่น้อง ต้องศึกษา 
อย่าจินตนา ว่าต้องเห็น เป็นเช่นนี้ 
ปฏิบัติ ลุ่มลึก ศึกษาที 
เอากายี เป็นอุปกรณ์ บ่อนเกิดธรรม

ต้องปฏิบัติ อย่างเข้มข้น ปนอุกกฤษ์ 
สิ่งที่คิด อาจจะเห็น เป็นเรื่องขำ 
อาจจะเจอ สิ่งแปลกใหม่ ให้ได้ทำ 
พบพระธรรม ต้องทำเอง อย่าเกรงใจ

ปริยัติ คือแปลน เป็นแผนที่ 
ปฏิบัติ ก็มี สิ่งแปลกใหม่ 
แต่เมื่อเดิน ระยะทาง ที่ห่างไกล 
มีหลายนัย ที่อ้างว้าง บนทางเดิน

มีวิปัสสนู- ปกิเลส เป็นเหตุผลาญ 
กว่าได้ญาณ ก็ล้มลุก เกิดฉุกเฉิน 
มีสิ่งเร้า สิ่งยั่ว ให้มัวเพลิน 
ต้องเผชิญ กับกิเลสร้าย อยู่หลายตัว

อินทรีย์ห้า ต้องแกร่ง ด้วยแรงสู้ 
กับศรัตรู กรูกระหน่ำ ทำให้มั่ว 
ทั้งปีติ ทั้งเบื่อหน่าย มาพายพัว 
มีทั้งกลัว ทั้งวูบวาบ ปลาบพัลวัน

ต้องคอยปรับ อินทรีย์ใส ให้ได้ที่ 
สัทธามี เกินไป ไม่สุขสันต์ 
ปัญญาพ้อง ต้องตามติด ประชิดกัน 
สมาธิ วิริยะนั้น คู่กันไป

ส่วนสติ ไม่มีคู่ อยู่เป็นเอก 
มีเอนก หลายด้าน งานน้อยใหญ่ 
ดูในกาย เวทนา จิต,ธรรมใน 
สติเป็นใหญ่ ในปฏิบัติ จะชัดคม
...........................................
ขอขอบคุณ ชาวพุทธ ที่ผุดผ่อง 
มีธรรมทอง ภูมิปัญญา มาผสม 
หลายมุมมอง ก็แกล้วกล้า สง่าคม 
มาพร่างพรม วจีอาจ วิปัสสนา

เป็นกระแส ดีดี ที่ได้รู้ 
ว่ามีผู้ สนใจ ใคร่ศึกษา 
สะท้อนธรรม ที่หรู สุ่วิปัสสนา 
เป็นมรรคา ที่ไม่ท้อ รอให้เดิน

................................................


เสฏฐันทะโต  เสฏฐะมุเปติ  ฐานัง

ผู้ให้สิ่งประเสริฐ  ย่อมถึงฐานะที่ประเสริฐ

   ผู้มีจิต  เมตตา  เกื้อการุณ
ช่วยอุดหนุน  สิ่งดีดี  ทวีผล
สร้างเสริมสุข  เชิดชู  ให้ผู้คน
ประเสริฐล้น  ศักดิ์ศรี  ชื่นชีวา

   ให้ความรู้  วิชาการ  เชี่ยวชาญใช้
ความมั่นใจ  เก่งมั่น  แก้ปัญหา
สร้างฐานะ  เลี้ยงตน  คนปัญญา
พร้อมหาญกล้า  กอปรกิจ  สัมฤทธิ์ชัย

   เผยถ้อยธรรม  ล้ำเลิศ  ประเสริฐล้น
เสริมกุศล  บุญญา  พึ่งอาศัย
สัมมาชีพ  ฟูเฟื่อง  รุ่งเรืองไกล
ทำการใด  ทุกบทตอน  ไม่ร้อนรน

   ย่อมได้รับ  ดีคืน  เริงรื่นจิต
มีมวลมิตร  รักผูกพัน  อนันต์ผล
แสนประเสริฐ  สมประสงค์  เป็นมงคล
สุขเหลือล้น  ทุกวันวาน  เบิกบานใจ

   เลี้ยงชีวิต  วันนี้  ไม่มีท้อ
รู้เพียงพอ  ใช้ทรัพย์สิน  กินอยู่ไหว  
สร้างกุศล  บุญทาน  สำราญใจ  
พระคุ้มภัย  ชื่นอุรา  สุขถาวร.

ธรรมะสวัสดีครับ

มหาสุฤทธิ์  มนทอง

......................................................

   ขอบพระคุณ  ท่านทอง  สนองผล
เราทุกคน  ศิษย์รักมั่น  ไม่หวั่นไหว
แต่งบทกลอน  ชี้ธรรม  หนุนนำชัย
ทำการใด  สมหวัง  สุขยั่งยืน

   ขอบคุณมาก  น้องผอ.  บูรพา
ผู้เลิศค่า  ทุกกาล  แสนหวานชื่น
จิตตั้งมั่น  ศีลธรรม  ทุกค่ำคืน
แสนเริงรื่น  การศึกษา  ปัญญาชน

   ขอชื่นชม  น้องปรัชญา  นำพาสอน
แต่งบทกลอน  ดีเลิศ  ประเสริฐผล
นำเสนอ  เรื่องน่ารู้  ทุกผู้คน
วิญญูชน  คลองโพธิ์เรา   เก่งเข้าใจ

   ท่านปราโมทย์  หลานสะใภ้  ศรีสะเกษ
เป็นขอบเขต  บ้านเกิดผม  รื่นรมย์ใส
ขอบคุณท่าน  เราผอง  พี่น้องไทย
ศิษย์น้อยใหญ่  ผูกพันรัก  สามัคคี

   ตื่นเช้ามา  ได้อ่านคำ  ท่านนำขาน
อาจารย์สุ  ชื่นบาน  ใจผ่องศรี
ยังยืนหยัด  ยึดมั่น  คุณความดี
เอื้ออารี  ศีลธรรม  ผูกสัมพันธ์

   ขอกุศล  ผลบุญ  ช่วยหนุนเถิด
สิ่งประเสริฐ  ทุกสิ่งอย่าง   ดีสร้างสรรค์
บันดลช่วย  อำนวยชื่น  ทุกคืนวัน
ทรัพย์อนันต์  กินอยู่ดี  ทั้งปีเทอญ.

ขอบคุณครับ

มหาสุฤทธิ์  มนทอง

...................................................
        อย่าแหย่เสือหลับ

    คนเห็นเสือ  หลับอยู่  ไม่รู้ไหน
ทำเสือให้  ตื่นมา  ช่างกล้าแสน
เสือไล่จับ  วิ่งหวาดกลัว  ไปทั่วแดน
ต้องทุกข์แค้น  ไม่รู้เห็น  เป็นหรือตาย

   โบราณท่าน  เตือนไว้  มุ่งหมายมาด
ผู้อำนาจ  สงบนิ่ง  สิ่งหลากหลาย
อย่าไปยุ่ง  เข้าหา  ทำท้าทาย
อาจเจอร้าย  ดิ้นดับ  สุดรับทัน

    คนรักตัว  กลัวตาย  รู้ร้ายตอบ
ประพฤติชอบ  ทุ่มเท  ไม่เหหัน
เพียรน้าที่  ของตน  ผลอนันต์
พร้อมฟังชั่น  ดีประจำ  หนุนนำชัย

   การสัมฤทธิ์  กิจสำเร็จ  ดีเสร็จสม
แสนรื่นรมย์  จิตตั้งมั่น  มิหวั่นไหว
เลี้ยงครอบครัว  ชื่นสุข  ปลอดทุกข์ภัย
แสนสดใส  เกษมสันต์  ทุกวันวาน.

ธรรมะสวัสดีครับ

มหาสุฤทธิ์  มนทอง

.....................................................

            ตำนานกินดอง

    ขอนำเผย  ตำนาน  การกินดอง
เราทั้งผอง  เข้าใจ  ถ้อยไขขาน
 คนก่อนเก่า  เอ่ยเอิ้น  มาเนิ่นนาน
การแต่งงาน  รู้กันมา  ว่ากินดอง

   ในครั้งหนึ่ง  นายพราน  บ้านกลางป่า
สู้อุตส่าห์  หน้าที่ตน  มิหม่นหมอง
หาอาหาร  เลี้ยงกาย  ตามหมายปอง
เกิดขัดข้อง  ทั้งปูปลา  หาไม่เจอ

   สุดท้ายเห็น  เต่าใหญ่  ริมแม่น้ำ
แต่ไม่ทำ  ร้ายพลัน  เห็นมันเผลอ
มืออุ้มเต่า  ยังแน่นิ่ง  ในสิ่งเจอ
ทำเสมอ  เต่าใหญ่  มิไหวติง

   จึงนั่งพัก  หมดแรง  อยู่แห่งนั้น
มองมุ่งมั่น  เห็นกระดอง  เรียบผ่องพริ้ง
คงเป็นเต่า  เทพเจ้า  น่าเศร้าจริง
เราทำสิ่ง  ผิดห็น  ที่เป็นมา  

      เกิดตระหนก  ตกจิต  ใจคิดเศร้า
อาจเป็นเต่า  เทพเจ้า  ลงเข้าหา
เราผิดแล้ว  ทุกข์ท้อ  ขอขมา
เผยพูดว่า  ไม่รู้ซ้ำ  จึงทำไป

    บัดเดี๋ยวนั้น  เต่าใหญ่   ขานไขว่า
อันตัวข้า  ยังไม่ตาย  หรือร้ายไหน
เพียงนอนนิ่ง  จับปลากิน  ตัวสิ้นใจ
หากตัวใด  ไม่ตาย  เราไม่กิน

    แล้วบอกพราน  พรานจ๋า  อย่าวิตก
ให้จับยก  สัตว์กินได้  ไม่ติฉิน
พรานบอกว่า  ตัวข้า  สู้หากิน
อยู่ในถิ่น  แถวบ้าน  มานานนม

   ข้าตั้งจิต  อธิษฐาน   ทุกกาลไหน
สัตว์น้อยใหญ่  ฆ่าจำเพาะ  ความเหมาะสม
อย่างวันนี้  ไม่มี  ฤดีตรม
ต้องขื่นขม  ไม่เห็น   สัตว์ตัวใด 

   จึงมาเจอ  ตัวท่าน  ในวันนี้
คงจะมี   สิ่งหมายมั่น  ไม่หวั่นไหว
ท่านตัวหนัก  ออกแรงมาก  ยากเกินไป 
ด้วยเข้าใจ  ว่าง่าย  จึงได้ทำ

   เต่าบอกว่า  สังเกตสัตว์   ลอยน้ำเห็น
ท่านทำเช่น  เราได้  ไม่เพลี่ยงพล้ำ
ตั้งแต่นั้น  พรานป่า  จึงกล้าทำ
เป็นประจำ  ทุกวัน  สุขสันต์ดี

   ในวันหนึ่ง  พญาหงส์  ทั้งสองตัว
บินไปทั่ว  บึงหนอง  จิตผ่องศรี
เห็นเต่าใหญ่  จึงเผย  เอ่ยพาที
ถามเจ้านี้  กินอยู่  ได้อย่างไร

    เต่าขานตอบ  ตัวข้า  ทุกค่ำเช้า
มาอยู่เฝ้า   อาหาร  กินทานไหว
มีเหล่าปลา  ตายดับ  จับกินไป
ยังอยู่ได้  ทุกวัน  เนิ่นนานมา

    พญาหงส์  บอกว่า  ถ้าอย่างนั้น
เราพากัน  ไปที่อื่น  เริงรื่นกว่า
ป่าแห่งนั้น  สัตว์พืชผัก  นับคณา
เราจะพา  ท่านไป  โปรดไตร่ตรอง

   เต่ากล่าวว่า  ตัวข้านี้  ไม่มีปีก
บินหลบหลีก  ไม่ได้  ฤทัยหมอง
คงไม่ไป  อยู่ตรงนี้  ตามที่ปอง
เพราะขัดข้อง  อย่างเผย  เฉลยความ

   พญาหงส์  เสนอว่า  สองข้านี้
ปีกแรงมี  พาท่าน  ไม่หวั่นขาม
ให้ท่านคาบ  กลางท่อนไม้  ทำได้งาม
เราพาข้าม  โดยง่าย  ไม่ร้ายใด

   แต่ท่านอย่า  อ้าปาก  เพราะอยากพูด
ผลพิสูจน์  ตกตายพลัน  จะหวั่นไหว
เราทั้งสอง  จะบิน  ไปถิ่นไกล
ถึงเส้นชัย  ที่นั่น  ลงทันที

   ในครั้งนั้น  มีงานแต่ง  ที่แห่งหนึ่ง
คนสุดซึ้ง  ขันหมากแห่  ไม่แปรหนี
เห็นหงส์เต่า  บนท้องฟ้า  น่าแปลกดี 
เผยพาที  เต่าหาบหงส์  เราจงดู

   พญาเต่า  ได้ยิน  เสียงเช่นนั้น
ด้วยจิตมั่น  กลัวสองหงส์  จะอดสู
อ้าปากเผย  หวังผล  ให้คนดู
เพื่อให้รู้  ความจริง  ในสิ่งทำ

   แล้วจึงพลาด  หลุดลอย  จากท่อนไม้  
อย่างเร็วไว   เพราะผล  ตนถลำ
จากที่สูง  ลงเรื่อย  สุดเหนื่อยทำ
ความเพลี่ยงพล้ำ  ไม่มั่นคง  ต่ำลงมา

   ขณะนั้น  สองหงส์ใหญ่  ด้วยใจหวัง
ความพลาดพลั้ง  ของเต่ารัก  เศร้าหนักหนา
รีบบินตาม  ทันใด  มิไคลคลา
ด้วยอ่อนล้า  แรงหมด  สุดช่วยทัน

    พญาเต่า  ตกลง  ถูกพื้นหิน
ร่างทั้งสิ้น   ย่อยแยก  แหลกมหันต์
 คนหมู่มาก  เห็นเต่าตาย  วายชีวัน
ต่างกรูกัน  จับแทะ  มาแกะกิน

    ส่วนตาเต่า  กระเด็น   ติดหน่อไผ่
หางก็ไป  เป็นหางพลู  คนรู้สิ้น
ขี้ของเต่า  ติดรักแร้  ของคนกิน
คนหลายถิ่น  เหม็นขี้เต่า  รู้เข้าใจ

     ต่อจากนั้น  พญาแถน  รู้เหตุการณ์
ท่านสงสาร  ทันที  ไม่หนีไหน 
เนรมิต  กระดองเต่า  ให้เข้าไว
คืนชีพให้  อายุมั่น  แต่นั้นมา

   จึงปรากฎ  เป็นรอย กระดองต่อ
ได้เพียงพอ  รู้กัน  แสนหรรษา
เป็นตำนาน  กินดอง  สอดคล้องมา
คนถ้วนหน้า  ภาคอีสาน   กล่าวขานกัน

      ที่เรียกการ  กินดอง  ในงานแต่ง
ถ้อยแถลง  กระจ่าง  ดีสร้างสรรค์  
กระดองเต่า  ชิ้นเดียว  ข้องเกี่ยวกัน  
แตกเป็นอัน  ชิ้นชิ้น  คนกินพอ

     ปัจจุบัน  กระดอง  ที่เราเห็น
ก็เพราะเป็น  พญาแถน  ที่ช่วยต่อ  
ปรากฏผล ให้คนรู้  ดูดีพอ
แสนดีหนอ  คนขานคำ  คือตำนาน.

ธรรมะสวัสดีครับ

มหาสุฤทธิ์  มนทอง
.....................................................

กลอนก๋วยเตี๋ยวชามละหมื่น"
โดย...พระมหาทองสมุทร ธมฺมาทโร

ได้รับรู้ คู่เมียผัว ครอบครัวสู้
ตั้งร้านอยู่ ในเมืองใหญ่ ใกล้หัวเฉียว
มุมานะ สุดขั้ว ตัวเป็นเกลียว
ขายก๋วยเตี๋ยว ใครก็รู้ อยู่แรมปี

เช่าร้านเขา ตั้งเป็นแผง แพงสุดโหด
ก็ได้อด- ทนสู้ อยู่ไม่หนี
เก็บรอมริบ ปีแรกหนอ ก็ขายดี
เลยพอมี เงินเช่าเขา สุดเบาใจ

สองสามี ภรรยา ศีลาเยี่ยม
เป็นผู้เปี่ยม ธรรมเด่น เป็นนิสัย
ชอบใส่บาตร หน้าร้าน พระผ่านไป
พร้อมก็ให้ ทานวณิพก ยาจกชน

มีวันหนึ่ง ได้ทำทาน อันสุดหนิง
ได้มีหญิง แร้นแค้น แสนขัดสน
เสื้อผ้าขาด นั่งคุกเข่า เศร้ากมล
ลูกสองคน ขนาบข้าง นั่งยองยอง

พร้อมกับเอ่ย วจี ที่แหบแห้ง
บอกหมดแรง อดข้าว หน้าเศร้าหมอง
ลูกสองคน ร้องให้จ้า น้ำตานอง
นั่งประคอง มือพนม ก้มกราบดิน

สองสามี ภรรยา หน้าสลด
แสนรันทด สงสาร ปานถวิล
ตักก๋วยเตี๋ยว เร็วรี่ ปรี่ให้กิน
ไม่ระคิน สงสาร ปานทุกข์ตน

พร้อมกับบอก ว่าต่อไป วันใดว่าง
จงเดินทาง มากินได้ วันหลายหน
จากวันนั้น สองแม่ลูก ที่ทุกข์ทน
ก็แวะวน มาที่ร้าน วันหลายครา

ทีแรกนั้น สามแม่ลูก มาทุกบ่อย
ต่อมาค่อย เริ่มห่างหาย ได้กังขา
และล่าสุด ปีละครั้ง จึงจะมา
พร้อมหน้าตา เริ่มผ่องใส ใจสบาย

ยี่สิบปี ผ่านไป วัยเลยร่วง
ได้ทิ้งช่วง ที่แม่ลูก ได้หดหาย
ไม่ได้มา ที่ร้าน นั้นเปลี่ยวใจ
สองสามี ภรรยาได้ ให้อาวรณ์

อยู่ต่อมา ขายก๋วยเตี๋ยว มันเลี้ยวลด
ขายไม่หมด หน้าหมองไหม้ ใจทอดถอน
เศรษฐกิจ ไม่สดใส ได้ขาดตอน
ทุกหญ้าหย่อม เดือดร้อนกัน สนั่นเมือง

สองสามี ภรรยา ถึงคราแย่
ลำบากแน่ เหนื่อยเข้าตา จนฟ้าเหลือง
ค่าเช่าร้าน ก็หมดสิ้น แทบกินเกลือ
พูดสั่นเครือ เมื่อเถ้าแก่ แกขอเงิน

เถ้าแก่ฤทธิ์ ขีดเส้นตาย ให้พวกเขา
พรุ่งนี้เช้า เอาร้านคืน อย่าขืนเขิน
เพราะหลายเดือน ที่ได้ ไม่ให้เงิน
อย่าอยู่เพลิน เงินต้องจ่าย ให้รู้ซี

เก็บข้าวของ เครื่องก๋วยเตี๋ยว ใจเหี่ยวหด
แสนรันทด กลัดหนอง หน้ามองศรี
โอ้คืนนี้ คืนสุดท้าย ทำไงดี
ใครหนอมี เงินช่วยข้า จะบ้าตาย

ในขณะ ที่ทั้งสอง เก็บของนั้น
หูก็พลัน ได้ยินเสียง สำเนียงใส
ขอก๋วยเตี๋ยว ใส่น้ำ ชามใหญ่ใหญ่
จึงมองไป ต้นสำเนียง เสียงที่มา

เจ้าของเสียง เดินเลี่ยงมา นั่งหน้าร้าน
พร้อมยิ้มหวาน ปานมิตร ที่คิดหา
สองหนุ่มน้อย ที่มา กับมารดา
เหมือนดารา หน้าหล่อเหลา ดูเข้าที

สองสามี ภรรยา บอกหน้าคุ้น
เหมือนเกื้อกูล กันมา คราสุขี
หากเป็นคน ร้านเคียงกัน นั้นไม่มี
ยามราตรี ใกล้ปิดร้าน ดันเพิ่งมา

ยกก๋วยเตี๋ยว มาให้ ใจสั่นสั่น
ทันใดนั้น หญิงกลางคน ก็บ่นว่า
ชามก๋วยเตี๋ยว ที่ใหญ่ใหญ่ ใบมหึมา
ไม่เอามา ให้ลูกเรา ที่เฝ้ารอ

สองสามี ภรรยา อ้าปากค้าง 
มองมาทาง ตรงหน้า อ้าปากหวอ
นี่ก็คือ สามแม่ลูก ทุกคนรอ
ที่เคยขอ กินก๋วยเตี๋ยว เคยเลี้ยวมา

หญิงกลางคน มอบเงินให้ ไว้ห้าหมื่น
ไม่ต้องคืน ฉันให้ ไว้ซื้อหา
เพราะพวกคุณ เคยช่วยฉัน กับลูกมา
ยามถึงครา ฉันร่ำรวย ขอช่วยคืน

อานิสงส์ แห่งก๋วยเตี๋ยว เลี้ยวมาค้ำ
ช่างงดงาม ยามอิงแอบ แทบสะอื้น
สองสามี ภรรยา ครากล้ำกลืน
สุดจะฝืน น้ำตาตก มารดทรวง

ได้มีเงิน จ่ายเช่าร้าน กันเหนาะเหนาะ
นั้นก็เพราะ เทวดา ณ แมนสรวง
ท่านได้เห็น คนดี ไม่มีลวง
เลยเป็นห่วง ช่วงจะจบ ให้พบดี
........................................................

ไสยศาสตร์" โดย.พระมหาทองสมุทร ธมฺมาทโร

จะขอกล่าว เล่าเรื่องแปลก แทรกเว็บไทย 
เพื่อเตือนใจ ผู้มีคู่ อยู่กันสอง 
ที่ผิดศีล ไม่งาม ตามครรลอง 
เป็นทำนอง กวีศิลป์ ถิ่นเว็บธรรม

มีชายหญิง คู่หนึ่ง ซึ่งรู้จัก 
เริ่มแรกรัก สมัครใจ ไม่ชอกช้ำ 
งานน้อยใหญ่ ไม่เกี่ยง พร้อมเพรียงทำ 
ถึงระกำ เช่นไร ไม่ระอา

ร่วมก่อร่าง สร้างฐานะ พระก็เห็น 
เหมือนมีเวร กรรมปัด ซัดเข้าหา 
เมื่ออยู่อยู่ สามี ภรรยา 
ก็ถึงครา มีเหตุ อาเพศภัย

คืนวันหนึ่ง ภรรยา กลับตาขวาง 
มองมาทาง สามี ที่หลับไหล 
สามีตื่น มาพบ ก็ตกใจ 
พร้อมกลับร่าย มนต์เวทย์ เสกวิชา

ภรรยา ตาแดง ด้วยแรงฤทธิ์ 
หน้าก็ดำ อำมหิต ปรี่เข้าหา 
เสียงที่เปล่ง ตะคอก ที่ออกมา 
เหมือนหญิงแก่ ชรา ห้าพันปี

พร้อมกับร่าย มนต์ทวน สวนไปกลับ 
สามีพับ ปวดศีรษะ ผะงะหนี 
เหมือนมีคน บีบขมับ จับนาภี 
ด้วยฤทธี สามีร้อง ก้องฆรา

สามีสวด ได้เพียงนิด ด้วยจิตตก 
สั่นงันงก ตกใจ ให้ผวา 
ฟังเสียงสวด ดังก้อง ของภรรยา 
เหมือนวิญญาณ์ ถูกกระซาก จากชีวิน

สามีร้อง ดังก้องเรือน ใกล้เพื่อนบ้าน 
วิ่งซมซาน วิญญาณร้าย ทำลายสิ้น 
ขวัญกระเจิง สั่นเทา ข้าวไม่กิน 
เกิดได้กลิ่น เหม็นเน่า ตามเขามา

พ่อแม่ลูก ถูกจับแยก แรกเบื้องต้น 
เพราะทุกคน อกสั่น ขวัญผวา 
เนิ่นนานปี สามี ภรรยา 
ถูกรักษา แยกคู่ อยู่คนเดียว

ทราบทีหลัง ว่าสามี มีเมียน้อย 
ได้หมั่นคอย เหินห่าง เจอทางเลี้ยว 
ไม่ฟูมฟัก รักภรรยา มาคนเดียว 
กลับไปเลี้ยว ปันใจ ให้อีกทาง

ฝ่ายเมียหลวง หวงหึง ทึ้งทวงสิทธิ์ 
ได้ออกฤทธิ์ ทำพิธี เรียกผีสาง 
ไปหาหมอ ศาสตร์ไสย ให้อำพราง 
ทำเสน่ห์ เสริมนาง วางเล่ห์กล

ฝ่ายเมียน้อย เช่นกันหนอ ก็ทำไสยฯ 
เพื่อดึงใจ สามี ทุกที่หน 
ให้มาหลง เสน่ห์ เล่ห์ของตน 
ทำเล่ห์มนต์ ทะลึ่ง ดึงสามี

จึงเกิดเหตุ อาเพศร้าย หมายชีวิต 
ทำลายจิต ฆ่าเข่น ได้เช่นนี้ 
ขอทุกท่าน ที่อ่านย้อน กลอนพาที 
เป็นกวี อุหาหรณ์ เพื่อสอนใจ

นี่เรื่องจริง สิ่งที่พบ ประสบเข้า 
นำมาเล่า ย่นย่อ พอจำได้ 
รายละเอียด มีมาก หลายหลากนัย 
คราวต่อไป อาจแต่งต่อ หากพอมี (เวลา) 
....................................................... ขอแต่งต่อให้จบ..
สองเมียผัว ถูกจำแนก แยกกันอยู่ 
เพราะทั้งคู่ อาการ นั้นหนักหลาย 
ผู้เป็นเมีย เสียจริต จิตวุ่นวาย 
พวกญาติได้ นำส่ง โรงพยาบาล

ส่วนสามี อาการแย่ นอนแน่นิ่ง 
เหมือนผีสิง มีกลิ่นเหม็น เข่นจองผลาญ 
มีกลิ่นเน่า เข้าจมูก แกทุกยาม 
ทั่วเขตคาม เขารู้ ทั้งคู่เป็น

ลูกทั้งสอง ญาติเลี้ยงดู ทั้งคู่แย่ 
อะไรแน่ มาทำ ซ้ำทุกข์เข็ญ 
ทุกคนงง ฉงนยิ่ง สิ่งที่เป็น 
ดูเหมือนเช่น โดนคุณไสย ทำไงดี

ฝ่ายสามี นี้แย่ เห็นแน่ชัด 
หนาวสะบัด จิตข้อง ดูหมองศรี 
ตาเหม่อลอย หน้าซีด จิตไม่ดี 
บอกว่ามี ผีตามสิง นั่งนิ่งงัน

มีกลิ่นเหม็น ติดตามตัว กลัวสุดสุด 
ไม่ค่อยพูด ตาเขียว เสียวสันหลัง 
มีเสียงแว่ว เหมือนเสียงผี ที่ได้ฟัง 
และบางครั้ง ก็กลัวพระ พร้อมระแวง

แว่วเสียงผี ในหู ที่กู่เรียก 
โหยหวนเพรียก สำเนียง เสียงแหบแห้ง 
แกจิตตก ไม่นอน เริ่มอ่อนแรง 
ริบรี่แสง แห่งความหวัง ยังมืดมน

นำน้ำมนต์ เก้าวัด มาปัดป้อง 
รดจนนอง เนืองพื้น หลายคืนฝน 
วันเวลา ผ่านไป ไร้สิ่งดล 
หาได้ผล ใดไม่ ทำไงดี

แต่สุดท้าย เจอวัดดี ที่เพิ่งได้ 
จึงพาไป รักษา หน้าสดสี 
เริ่มยิ้มได้ ปราศรัยรู้ ดูเข้าที 
พระท่านมี วิชายอด จึงปลอดภัย

ปัจจุบัน ผัวเมียสอง ครองรักแล้ว 
กลับคืนสู่ เรือนแก้ว แววผ่องใส 
อยู่พร้อมหน้า พ่อแม่ลูก สุขสบาย 
ส่วนอดีต ยังฝังใจ ไม่เคยลืม

..................................................
ไสยศาสตร์ นั้นรู้สึก ยังลึกลับ
อย่าไปนับ ความสำคัญ มันไม่เห็น
พุทธ ศาสตร์ เงาวับ ช่วยดับเวร
ให้ความเย็น แสงผ่อง ช่วยส่องทาง 

...................................................

ศิษย์คนจน (แต่งเนื่องในวันครู)

ทั้งสิบนิ้ว พริ้วระแร่น อยู่แป้นคอมฯ
จิ้มเป็นหย่อม พิมพ์ร่าย กลายอักษร
ในวันครู รู้ซึ้ง ถึงอาวรณ์
ทุกอักษร ทุกแป้นพิมพ์ ปริ่มดวงใจ

ขอระลึก ถึงครู ผู้ประสาท 
ได้ขีดวาด ลูกศิษย์ ให้พิศมัย
ได้ทุ่มเท เมตตา นภาลัย
ออกจากใจ อย่างล้นเหลือ เพื่อศิษย์ตน

ได้มอบยิ่ง สิ่งดีดี ไม่มีเหลือ
หวังเพียงเพื่อ ศิษย์สบาย ไม่ขัดสน
รักเมตตา เยี่ยงลูก ผูกจิตตน
ในกมล มีแต่ให้ ไม่ระอา

วันที่ออก จากโรงเรียน เกษียนขีด
ทำให้ศิษย์ โหยให้ อาลัยหา
ต้องอ้างว้าง ห่างเพื่อนหรู และครูบา
อนิจจา ศิษย์จนยาก จึงพรากเรียน

กอดต้นเสา แอบซุ่ม อยู่มุมตึก
หวนระลึก ถึงอดีต เคยขีดเขียน
มองเม่อตาม ยามเพื่อน ไปโรงเรียน
ชีวิตเวียน วนหาย อยู่ปลายนา

กลายเป็นเด็ก เลี้ยงควาย ตามปลายทุ่ง
พร้อมจรุง มุ่งทำงาน อันหนักหนา
มาทำไร่ กสิกรรม หามทิวา
อนิจจา หมดสิ้น สิ่งอยากเรียน

จนอะไร จนได้ อย่าไร้คิด
จึงตัดสิทธิ์ ไม่ทำนา มาขีดเขียน
ได้เข้าบวช สามเณร บำเพ็ญเพียร
โอกาสเรียน จึงอ้า มาซบเรา

อยากจะบอก คุณครู อยู่หลายครั้ง
แต่ก็ห่าง กันไป ใจเงียบเหงา
เคยเดินผ่าน โรงเรียน เพียงเห็นเงา
ของครูเรา ให้ท่านรู้ เพื่อฟูใจ

อนิจจา บรรพชา พาให้หลง
ครูคงงง จำผิด คิดไฉน
ไม่มีคน มาทักทาย ให้เปลี่ยวใจ
เดินเลยไป ผ่านกี่ครั้ง อย่างเดียวดาย

ถึงครูจำ ไม่ได้ ให้รู้เถิด
ว่าศิษย์เกิด ใหม่แล้ว แก้วนพฉาย
อยู่ในอ้อม ผ้ากาสาวะ พระรัตนตรัย
ถวายใจ ในพระพุทธฯ พิสุทธิ์งาม

หากครูอยู่ คงแย่ คงแก่แล้ว
ขอพรแก้ว มาร้อยรัด รัตนสาม 
จงประทาน สุขเอนก สมเจตน์ตาม
จงงดงาม อร่ามจิต นิตย์นิรันดร์

...............................................

กลอนปริยายสูตร โดย...พระมหาทองสมุทร ธมฺมาทโร

อาทิตตะ ปริยายสูตร พระพุทธตรัส
ทรงชี้ชัด เรื่องตา พาให้หมอง
รูปารมณ์ เข้าตา มาตามครอง
หากจิตข้อง ไม่ระวัง ทุกขังตน

พระองค์ตรัส เปรียบเทียบ เฉียบคมนัก
เอาหลาวปัก แทงเนตร เล็ดถลน
เจ็บปวดแสน โอดโอยทรุด สุดเหลือทน
ดีกว่าคน ไม่หยุดยั้ง ระวังตา

เพราะเป็นเหตุ ผลเผ็ดร้อน ตอนตายได้
ตกอบาย นรกใหญ่ ไร้กังขา
หรือเกิดเป็น ดิรัจฉาน ไร้มารยา
องค์พุทธา ทรงชี้ชัด จึงตรัสเตือน

พระองค์ตรัส จักขุเช่น เป็นของร้อน
ให้สังวรณ์ ระวังใจ ไม่ฟั่นเฟือน
สติจับ ประทับวาง ไม่ลางเลือน
พระองค์เตือน ให้รับรู้ ดูเป็นกลาง

อย่าหลงใหล รูปที่พบ ประสบเห็น
วางใจเช่น สักว่าเห็น เป็นสิ่งว่าง
กำหนดดู รู้แล้วจบ กำหนดวาง
ไม่สร้างทาง เพื่อติดยึด ประพฤติเบา

ให้พิจารณา สู่ไตรลักษณ์ ประจักษ์แจ้ง
เพิ่มด้วยแรง ปัญญา ไม่บ้าเขลา
มองให้เห็น เป็นอนิจจัง ดุจดังเงา
ทุกขังเฝ้า อนัตตาชิด อย่าติดมัน

เพียงแค่นี้ จิตสะอาด สลัดได้
ชนกกรรม นำไป ให้สุขสันต์
ไม่ตกไป ในอบาย ร้ายอนันต์
จงจำกัน จักขุนทรีย์ เท่านี้เอย

ส่วนเรื่องหู จมูก ลิ้นกายใจ
ก็จงให้ ระวังหนา อย่านิ่งเฉย
สติดู รู้เท่าทัน เช่นดังเคย
หากละเลย จะเป็นบ่อน ร้อนดังไฟ

หูจะร้อน จมูกไหม้ กายใจรุ่ม
ดุจไฟสุม กองมหึมา พาร้องไห้
เสียงเข้าหู กลิ่นเข้าจมูก ทุกข์ร่ำไป
ไม่สนใจ ระวัง พังลูกเดียว

...............................................

"ศรัทธาคือความเชื่อของแต่ละศาสนา"
โดย....ปรัชญา พงษ์ธนู 

25 ธันวา คราคริสต์มาส
คริสต์ศาสน์ ถือสำคัญ แต่ครั้งไหน
วันประสูติ พระเยซู ผู้เกริกไกร
เทศหรือไทย ผู้ศรัทธา พาครื้นเครง

 วิสาขะ บูชา ของชาวพุทธ
วันประสูติ พระสัมมา นั้นตรงเผง
ตรัสรู้ นิพพานดับ ตรงกันเอง
เดือนหกเพ็ง(เพ็ญ) วันสำคัญ ของโลกา

พระศาสดา อุบัติมา ตามความเชื่อ
เพื่อช่วยเหลือ มนุษย์โลก พ้นโศกหนา
ขัดเกลาจิต มวลมนุษย์ ด้วยธรรมา
ผลนั้นหนา พามุ่งหวัง ในทางดี

โลกแห่งพุทธ ทางที่สุด คือหลุดพ้น
ไม่เวียนวน ในวัฏฏะ พาสุขี
โลกแห่งคริสต์ สู่สวรรค์ เมื่อทำดี
แดนนั้นมี องค์พระเจ้า เอื้ออาทร

ที่กล่าวมา เรื่องศรัทธา คือความเชื่อ
ศาสน์อื่นเหลือ มีศาสดา พาคำสอน
ต่างมุ่งหวัง ให้ทำดี ในทางจร
ให้ดับร้อน โลกร่มเย็น เป็นสุขเอยฯ

ปรัชญา พงษ์ธนู 26/12/68




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น